นิมิตหรือวิสัยทัศน์ของบ้านเด็กฉายแสง
เด็กด้อยโอกาส เด็กกำพร้า เด็กยากจนได้รับโอกาสและการสนับสนุนให้ลุกขึ้นฉายแสง
นิมิตหรือวิสัยทัศน์ของบ้านเด็กฉายแสง
บ้านเด็กฉายแสงเกิดจากนิมิตตามพระคำอิสยาห์ 60:1 ที่บอกว่า;-
“จงลุกขึ้นฉายแสง เพราะว่าความสว่างของเจ้ามาแล้ว”
หมายความว่าพระเจ้าได้ทรงประทานแสงสว่างให้แก่เราทุกคนและแสงสว่างนั้นจะฉายแสงแสดงออกมาในรูปของความรู้ความสามารถหรือที่คนไทยเรียกว่า “พรสวรรค์” ซึ่งภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Talent” ส่วนภาษาไทยเรียกว่า “ตะลันต์”

คำว่า “ตะลันต์” หรือ “Talent” นี้มีรากเหง้ามาจากพระคัมภีร์มัทธิว25:14-30 ที่ได้พูดเปรียบเปรยถึงเรื่องแผ่นดินสวรรค์ว่ามีบุรุษเจ้านายคนหนึ่งกำลังจะเดินทางไกล เขาจึงเรียกคนรับใช้มาเพื่อเอาเงินให้แต่ละคนเอาไปลงทุนระหว่างที่เขาไม่อยู่ดังนี้;-
  • ให้คนที่หนึ่ง 5 ตะลันต์
  • ให้คนที่สอง 2 ตะลันต์
  • ให้คนคนที่สาม 1 ตะลันต์
มอบเสร็จชายคนนั้นก็ออกเดินทาง
  • คนที่ได้ 5 ตะลันต์รีบนำเงินนั้นไปลงทุนและได้กำไรมาอีก 5 ตะลันต์(จากที่มี5ตะลันต์ มีเพิ่มมาอีก5ตะลันต์ รวมเป็น10ตะลันต์)
  • คนที่ได้ 2 ตะลันต์เอาไปลงทุนและได้กำไรมาอีก 2 ตะลันต์(จากที่มี2ตะลันต์ มีเพิ่มมาอีก2ตะลันต์ รวมเป็น4ตะลันต์)
  • คนที่ได้ 1 ตะลันต์ ไปขุดหลุมและซ่อนเงินเก็บไว้ในหลุมเฉยๆแบบนั้น(มี1ตะลันต์ ก็ยังคงมี1ตะลันต์เช่นเดิม)
พอเจ้านายบุรุษคนนั้นกลับมาก็ชื่นชมคนใช้สองคนแรก(ที่ได้คนละ5ตะลันต์กับ2ตะลันต์)ว่ารู้จักทำให้สิ่งของงอกเงย เพิ่มจำนวนขึ้น แต่กับคนที่ได้1ตะลันต์เขาตำหนิและไล่ออก

“ตะลันต์” หรือ “Talent” ในสมัยพระคัมภีร์คือหน่วยของเงิน แต่ต่อมาความหมายได้เปลี่ยนไปเป็นเรื่องของ “พรสวรรค์” หรือ “ความสามารถ”

พระเจ้าได้ทรงประทานตะลันต์ให้แก่มนุษย์เราทุกคนมากน้อยแตกต่างกันไป ดังจะเห็นได้จากบางคนเด่นด้านกีฬา บางคนเด่นด้านดนตรี บางคนเด่นด้านศิลปะ บางคนเด่นด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ฯลฯ

สำหรับในเด็กที่มีโอกาสหรือเด็กปกติทั่วไป เมื่อวันเวลาผ่านไป เมื่อเขาเติบโตขึ้น ตะลันต์ในตัวก็จะได้รับการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆเพราะมีพ่อแม่คอยสังเกตุ คอยขัดเกลา คอยสนับสนุน และให้โอกาส ตะลันต์ในตัวจึงเปล่งประกายฉายแสง

แต่ในกลุ่มเด็กที่ถูกทอดทิ้ง ไม่มีพ่อแม่ หรือยากจนมากๆ โอกาสที่ตะลันต์ในตัวจะได้รับการขัดเกลา สนับสนุนให้เฉิดฉายแทบเป็นไปไม่ได้ เด็กกลุ่มนี้จึงมักขาดความมั่นใจ มีปมบางอย่างในใจ เป็นคนเก็บตัว และไม่กล้าคิดฝันถึงอนาคต เท่ากับว่า “ตะลันต์” หรือแสงสว่างในตัวค่อยๆมอดดับลงเรื่อยๆ

แต่พระคัมภีร์อิสยาห์42:3 กล่าวว่า;-
“ไม้อ้อช้ำแล้วท่านจะไม่หักและไส้ตะเกียงที่ลุกริบหรี่อยู่ท่านจะไม่ดับ”
หมายความว่าในพระเจ้าคนที่เคยบาดเจ็บหรือชอกช้ำทางจิตใจจะไม่มีการซ้ำเติมและถูกกระทำเช่นนั้นอีก

บ้านเด็กฉายแสงเชื่อว่าหากเด็กเหล่านี้ได้รับโอกาส ได้เรียนหนังสือ ได้รับการส่งเสริม ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีเหมาะสม ตะลันต์ของเขาจะกลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง แล้วเขาจะลุกขึ้นฉายแสง ส่องสว่างเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคมต่อไป ดังพระคัมภีร์มัทธิว5:16ที่ว่า;-
“ท่านทั้งหลายก็เหมือนกับตะเกียง
จงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง
เพื่อว่าเมื่อเขาได้เห็นความดีที่ท่านทำ
เขาจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่านผู้ทรงอยู่ในสวรรค์”
และทั้งหมดนี้คือนิมิตหรือวิสัยทัศน์ของบ้านเด็กฉายแสง
คลิปเดียวมีคำตอบเกี่ยวกับบ้านเด็กฉายแสง
Scroll to Top
บ้านเด็กฉายแสง เชียงใหม่